อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ควรเริ่มทำกายภาพเมื่อไรถึงจะได้ผลดีที่สุด

รู้สัญญาณเตือน การวินิจฉัยเบื้องต้น และวิธีสังเกตอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
และควรเริ่มทำกายภาพเมื่อไรถึงจะได้ผลดีที่สุด และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฟื้นฟู

รู้สัญญาณเตือน การวินิจฉัยเบื้องต้น และวิธีสังเกตอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และควรเริ่มทำกายภาพเมื่อไรถึงจะได้ผลดีที่สุด และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฟื้นฟู

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc หรือ Slipped Disc) เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมหรือเคลื่อนของหมอนรองกระดูกสันหลังจนไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบ อาการนี้สามารถเกิดได้ทั้งบริเวณคอ หลังส่วนบน หรือหลังส่วนล่าง โดยมักพบมากในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การนั่งนาน ยกของหนักผิดท่า หรือขาดการออกกำลังกาย การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาและฟื้นฟูได้อย่างทันท่วงที และช่วยลดความเสี่ยงของอาการเรื้อรังหรือการต้องเข้ารับการผ่าตัดในอนาคต

สัญญาณเตือนของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ไม่ควรมองข้าม

  1. ปวดหลังหรือคอร้าวลงแขนหรือขา
    อาการปวดมักเริ่มจากบริเวณหลังส่วนล่างหรือคอ แล้วร้าวลงไปยังขา แขน หรือสะโพก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาท

  2. อาการชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มปลายมือปลายเท้า
    ผู้ป่วยจะรู้สึกชาหรือเสียวตามแนวของเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้วมือหรือปลายเท้า

  3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขาไม่มีแรง หรือเดินเซ
    หากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องอ่อนแรง อาจยกของไม่ได้ หรือเดินลำบาก

  4. ปวดมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ
    การนั่งนาน ยืน หรือเดินเป็นเวลานาน มักทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น

  5. ปวดมากตอนเช้าหรือหลังพักผ่อน
    อาการอาจแย่ลงเมื่อตื่นนอน หรือหลังจากนั่งหรือยืนนิ่งนาน ๆ
    หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

การวินิจฉัยเบื้องต้น ทำอย่างไร?
การวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเริ่มต้นจากการซักประวัติอาการโดยละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายเพื่อดูปฏิกิริยาของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ จากนั้นแพทย์อาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • X-ray เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลังเบื้องต้น
  • MRI (Magnetic Resonance Imaging) เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของหมอนรองกระดูกและการกดทับเส้นประสาทอย่างชัดเจน
  • Electromyography (EMG) เพื่อตรวจการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อในผู้ที่มีอาการชาหรืออ่อนแรงชัดเจน

การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยกำหนดแนวทางการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดให้เหมาะสมกับอาการเฉพาะบุคคล และป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม

ควรเริ่มทำกายภาพบำบัดเมื่อไรถึงจะได้ผลดีที่สุด?
การทำกายภาพบำบัดควรเริ่มเมื่อมีการวินิจฉัยยืนยันแล้วว่าอาการของผู้ป่วยไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มมีอาการ หรือเมื่ออาการปวดเริ่มลดลงจากช่วงเฉียบพลันแล้ว เพราะในช่วงนี้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทยังสามารถฟื้นตัวได้ดี และการทำกายภาพจะช่วยลดอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว และชะลอความเสื่อมของหมอนรองกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้การเริ่มทำกายภาพเร็ว ไม่เพียงแต่ช่วยให้การฟื้นฟูเร็วขึ้น แต่ยังลดความเสี่ยงของอาการเรื้อรัง และป้องกันไม่ให้อาการลุกลามจนต้องผ่าตัดในอนาคต โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง การฟื้นฟูในช่วงเวลาที่เหมาะสมถือเป็นกุญแจสำคัญสู่การกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฟื้นฟูอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
การฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการตอบสนองของร่างกาย โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ดังนี้

  1. ระยะเฉียบพลัน (1-2 สัปดาห์แรก)
    เน้นการลดอาการปวดและอักเสบ เช่น การใช้ความร้อน การดึงหลังเบา ๆ และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

  2. ระยะฟื้นฟูการเคลื่อนไหว (3-6 สัปดาห์)
    เริ่มบริหารร่างกายอย่างเหมาะสม เช่น การยืดกล้ามเนื้อ เสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว

  3. ระยะเสริมความแข็งแรงและป้องกันการกลับเป็นซ้ำ (6-8 สัปดาห์ขึ้นไป)
    เน้นการบริหารเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อ เสริมความแข็งแรงให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง เพื่อรองรับแรงกดทับได้ดีขึ้นในระยะยาว


การดูแลอย่างต่อเนื่องร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น การเปลี่ยนท่านั่ง การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักตัว จะช่วยให้ผลลัพธ์การฟื้นฟูยั่งยืนและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สามารถวางแผนการฟื้นฟูและทำกายภาพบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเริ่มทำกายภาพในช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสของการต้องผ่าตัดในอนาคต การใส่ใจในสุขภาพหลัง และการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและปลอดภัยอีกครั้งในชีวิตประจำวัน

ที่ Vitala by Health Design เราคือสหคลินิก คลินิกกายภาพผู้ให้บริการด้านกายภาพบำบัด PMS กายภาพ การทำกายภาพบำบัดผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง กายภาพบำบัดเส้นเอ็นอักเสบ นวดสปอร์ต กายภาพออฟฟิศซินโดรม กายภาพบำบัดที่บ้าน กายภาพบำบัดหลังผ่าตัดข้อเข่า นวดรักษาอาการ กายภาพหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ฝังเข็มแก้ปวด กายภาพหัวเข่า โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และแพทย์ทางเลือก ที่พร้อมรองรับการให้บริการด้านสุขภาพในทุกมิติเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร และเป็นประโยชน์ต่อการบำบัดอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากที่สุด

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมเริ่มต้นสุขภาพดีกับ Vitala

Tel : 065-902-3290 Email : health.vitala@gmail.com